แนวทางการเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าให้คุ้มค่า

9 ธันวาคม 2020 | ยานพาหนะ

รถยนต์ไฟฟ้าถือได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกการเดินทางรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทั้งความประหยัดในค่าใช้จ่ายเรื่องของพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนรถรวมไปถึงการได้ขับเคลื่อนยานพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน บวกกับการสนับสนุนจากภาครัฐและการตื่นตัวกันของภาคเอกชนในการผลักดันให้การใช้รถพลังงานไฟฟ้าเกิดผลสำเร็จขึ้นจริงในวงกว้าง สำหรับตอนนี้ใครที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ที่ใช้พลังงานซึ่งเป็นมิตรกับโลกของเราอยู่ เพื่อให้การตัดสินใจนั้นคุ้มค่าก็ต้องรู้จักวางแผนการเลือกซื้อรถไฟฟ้าให้ดีกันสักหน่อย

สำรวจการใช้งานและการเดินทางของตัวเองให้ดี

นี่คือข้อแรกของคนที่ต้องการจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าควรวางแผนก่อนการตัดสินใจ เพราะว่ารถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าจะมีวงรอบหรือศักยภาพในระยะการเดินทางที่จำกัดและแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ ซึ่งนั่นหมายความว่าเราควรที่จะเลือกซื้อรถพลังงานไฟฟ้าที่สามารถครอบคลุมวิถีชีวิตของเราได้ทุกระยะในแต่ละวัน เช่นในหนึ่งวันเรานั้นต้องเดินทางไปกลับระหว่างบ้านและที่ทำงานเป็นระยะทางกี่กิโลเมตร ตัวความจุของแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเองก็ควรที่จะมีระยะครอบคลุมให้มากกว่าระยะการใช้งานปกติของเราอย่างน้อย 2-3 เท่า ซึ่งจะทำให้เราอุ่นใจได้ตลอดเส้นทาง

เลือกรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

อันที่จริงแล้วรถยนต์ไฟฟ้านั้น จะมีการแบ่งประเภทหลัก ๆ ออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

1) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle) หรือที่เรานิยมเรียกกันย่อ ๆ ว่า EV

2) รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี e-power

3) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบ Hybrid หรือ HEV

ซึ่งเจ้ารถแต่ละประเภทนี้จะมีอัตราส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ต่างกันและมีกลไกการทำงานไม่เหมือนกันเลย ถ้าหากว่าเราต้องการที่จะได้รถยนต์ไฟฟ้าแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 100% และใช้พลังงานราคาประหยัดเพื่อความคุ้มค่าแบบเต็มที่ ขอแนะนำให้เลือกใช้รถ EV ที่ใช้แต่พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว

รองรับรูปแบบการ Charge พลังงานที่หลากหลาย

ในส่วนของการ Charge ก็คือหนึ่งส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อการเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของเราเป็นอย่างมาก เพื่อให้การใช้งานและการ Charge พลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่องสะดวกที่สุด รถของเราควรที่จะรองรับการเติมพลังงานหลายรูปแบบ ซึ่งในปัจจุบันจะมีอยู่ 3 แบบด้วยกัน คือ Quick Charger เป็นวิธีการชาร์จที่เร็วที่สุดแบบที่ใช้ในสถานีชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วไป ซึ่งใช้เวลาประมาณ 60 นาที แบบที่สองคือ Normal Charger แบบเครื่องชาร์จ Wall Box ที่เห็นกันตามห้างและโรงแรม และแบบที่สามก็คือการชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางของเราด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสะดวกและคุ้มค่ามากขึ้น

                และทั้งหมดที่ว่ามานั้นก็คือแนวทางในการเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าให้ตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเลือกรถยนต์ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติแบบ 100% และความสะดวกที่มากกว่าในการชาร์จไฟ รถรุ่นไหนมีครบทั้ง 3 ข้อก็มั่นใจได้เลยว่าคุ้มค่าแน่นอน

บทความโดย

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook