โลกในยุคเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด จะมีวิวัฒนาการของยานพาหนะอย่างไร

24 ธันวาคม 2020 | ยานพาหนะ

ในเมื่อโลกในยุคของความเจริญด้านเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด ทำให้การพัฒนาด้านต่าง ๆ ของโลกจำเป็นต้องมีความสัมพันธ์กับเทคโนโลยีด้วย วิวัฒนาการของยานพาหนะก็เช่นกัน แนวคิดแบบเดิม ๆ ที่มีการสร้างยานพาหนะเพื่อความคงทน ใช้งานได้นานและมีความปลอดภัย จึงไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่การเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีได้กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ ซึ่งผู้ผลิตจะต้องตามความก้าวกระโดดของเทคโนโลยีให้ทัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานยานพาหนะได้ตรงใจมากที่สุด โดยเป็นเทคโนโลยีที่ตอบรับกับวิถีการใช้ชีวิตได้ตรงที่สุด สามารถอำนวยความสะดวกได้ไม่ต่างจากการเลือกใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ทำให้ทุกอย่างดูง่ายและรวดเร็วทันใจมากขึ้น ที่สำคัญต้องมีประสิทธิภาพและความแม่นยำมากขึ้น รวมถึงการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ที่ผ่านมานานเป็นทศวรรษโลกในยุคเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดดทำให้วิวัฒนาการของยานพาหนะไปมีส่วนกระทบต่อสภาพแวดล้อม จึงเกิดความตระหนักในเรื่องการมีวิวัฒนาการด้านยานพาหนะสีเขียวขึ้นเหมือนกับการนำเทคโนโลยีไปพัฒนาด้านอื่น ๆ โดยมีวิธีการต่าง ๆ ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

  • เปลี่ยนจาก รถที่ใช้น้ำมันมาเป็นช่วยกันลดการใช้น้ำมันลง โดยการหาแหล่งพลังงานใหม่ ๆ เพื่อทดแทนการใช้น้ำมัน อย่างเช่น ก๊าซ NGV( Natural Gas Vehicles) ซึ่งเป็นก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ทดแทนนํ้ามันเบนซิน หรือดีเซลในรถยนต์ โดยมีปริมาณคาร์บอนที่น้อยกว่า มีคุณสมบัติเป็นก๊าซที่มีการเผาไหม้สมบูรณ์ การปล่อยควันไอเสียมีปริมาณต่ำกว่า จึงช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศได้มาก
  • เซลล์เชื้อเพลิงซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับแบตเตอรีไฟฟ้า โดยการเปลี่ยนพลังงานน้ำให้เป็นพลังงานไฟฟ้า จึงไม่เกิดการเผาไหม้และไม่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมถ้าสามารถนำมาใช้งานกับยานพาหนะได้อย่างสมบูรณ์จะได้พลังงานทดแทนน้ำมันที่ดีมีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างแน่นอน
  • ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและสามารถชาร์จไฟได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว หรือแม้แต่การชาร์จด้วยระบบโซลาเซลล์เป็นอีกทางเลือกของพลังงานสีเขียวไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ

พลังงานสีเขียวจะขับเคลื่อนไปพร้อมกับเทคโนโลยีแบบไฮเทคได้หรือไม่

                สิ่งสำคัญของวิวัฒนาการคือความทันสมัย ต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน ด้วยการผสมผสานความไฮเทคเข้าไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบ GPS ที่สามารถนำทางได้อย่างแม่นยำและการติดตามแบบเรียลไทม์, ระบบความปลอดภัยและการควบคุมรถได้แบบอัจฉริยะด้วยสัญญาณเตือน, พวงมาลัยมีระบบเหมือนสมาร์ทโฟน สามารถติดต่อสื่อสารและสั่งการอุปกรณ์ต่าง ๆ ในรถได้ด้วยสมาร์ทพวงมาลัย เป็นต้น ซึ่งต้องยอมรับว่าได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกและมอบความปลอดภัยได้อย่างสูงสุด โดยสามารถขับเคลื่อนไปพร้อมกันได้ระหว่างการทำแนวคิดด้านพลังสีเขียวมาใช้ควบคู่ไปกับระบบไฮเทคโนโลยีอย่างลงตัว แล้วใช้ได้จริง

บทความโดย

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook