แนะแนวทางการศึกษาต่อด้านกฎหมาย สำหรับผู้สนใจและมุ่งมั่น

24 ธันวาคม 2020 | การศึกษา

อีกหนึ่งวิชาชีพที่ไม่จำกัดอายุในการเรียนและการทำงาน เพราะทุกคนสามารถวางแผนและเรียนต่อด้านกฎหมายได้ในทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะเริ่มต้นที่อายุ 15 ปี หรือ 50 ปีก็ตาม เพราะในโลกของการเรียนต่อกฎหมายนั้นไม่มีคำว่าสายจนเกินไป เนื่องจากผู้ที่เรียนจบหลักสูตรและมีคุณสมบัติที่ครบตามกำหนด สามารถเข้าสอบเพื่อรับตำแหน่งต่าง ๆ ตามคุณวุฒิได้จนถึงอายุ 60 ปีบริบูรณ์นั่นเอง

โดยเริ่มต้นจากการสมัครเข้าเรียนนิติศาสตร์ ทั้งตามมหาวิทยาลัยเปิดและวิทยาลัยปิดที่มีการเปิดสอนหลักสูตรนี้กันอย่างแพร่หลาย แล้วจัดสรรเวลาในการท่องจำ วางแผนลำดับความสำคัญให้ตรงตามเป้าหมาย ดังรายละเอียดที่ได้รวบรวมมาด้านล่างนี้

1.คุณสมบัติของผู้เข้าเรียนต่อมีอะไรบ้าง

                รายละเอียดในข้อนี้มีอยู่หลายกรณี ซึ่งในกรณีแรก ผู้ที่สนใจสมัครเรียนนิติศาสตร์ต้องเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่า คุณจะต้องจบการศึกษาขั้นต่ำที่ระดับมัธยมปลาย หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพก่อนในขั้นต้น ซึ่งในบางมหาวิทยาลัยนั้น ยินดีเปิดโอกาสให้ผู้ที่กำลังเรียนอยู่ในลำดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นสมัครเข้าเรียนต่อกฎหมายได้โดยไม่ต้องจบตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเก็บหน่วยกิตสะสมไว้ได้จนกว่าจะเรียนจบและเอาวุฒิการศึกษามายืนยัน จะได้ย่นระยะเวลาในการเรียนต่อได้อีกหลายปีนั่นเอง

2.วางแผนการอ่านหนังสือและท่องจำประมวลกฎหมายอย่างไรให้ได้ผล

                การอ่านตำราและประมวลกฎหมายในการเรียนต่อกฎหมายนั้น ต้องอาศัยการแบ่งเวลาที่ค่อนข้างชัดเจนและเป็นระเบียบ เนื่องจากมีเนื้อหาที่ค่อนข้างละเอียดและซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยการท่องจำที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบและการประมวลผลที่ดีพอ เพราะตำราในการเรียนด้านนี้นั้นมีหลายเล่ม และแต่ละเล่มก็มีมากกว่า 300 หน้าเป็นต้นไป

3.จบนิติศาสตร์แล้วประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง

ทันทีที่เรียนจบหลักสูตรนิติศาสตร์ในระดับปริญญาตรีแล้ว ทุกคนสามารถหางานราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เลย แล้วเตรียมตัวสอบใบอนุญาตทนายความไปพร้อม ๆ กันเลยก็ได้ หรือในบางท่านที่มีทุนทรัพย์มากเพียงพอ ก็สามารถเลือกที่จะสอบใบอนุญาตเพียงอย่างเดียว หรือเรียนต่อที่เนติบัณฑิตยสภาอีกราว ๆ 2 ปี เพื่อเก็บอีก 4 สาขาวิชาด้านกฎหมายชั้นสูง ไว้เป็นหนึ่งในคุณสมบัติเพื่อเตรียมสอบเข้ารับราชการในตำแหน่งผู้พิพากษาหรืออัยการต่อไป เพราะแค่การเรียนนิติศาสตร์เพียงอย่างเดียว คงไม่เพียงพอต่อการสร้างอนาคตด้านกฎหมายตามใจฝัน

ตามรายละเอียดที่ได้กล่าวไว้ในขั้นต้น ว่าการเรียนต่อกฎหมายช่วยเปลี่ยน”ลูกชาวบ้าน”ให้กลายเป็น”ท่าน”ได้เสมอ ขอเพียงทุกคนมีความตั้งใจจริง และมีความอดทนมากเพียงพอ และอย่าลืมแบ่งเวลาให้ดี ๆ เพราะวิชาชีพทางกฎหมายนี้ กว่าเราจะก้าวไปถึงความสำเร็จได้ ต้องแลกมาด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นความอิสระเสรีในชีวิต การใช้ชีวิตรื่นเริงกับบรรดาเพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งการมุ่งมั่นอยู่แต่ในโลกของการเรียนและการสอบที่มีอยู่หลายสนาม จนทำให้เราอาจขาดความสุขในชีวิตไปได้โดยไม่รู้ตัว

บทความโดย

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook