อาหารสุขภาพที่ควรรับประทานเพื่อคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์

23 ธันวาคม 2020 | อาหารเด็ก

คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อาจกำลังสับสนหรือเกิดความไม่สบายใจเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหาร เพราะกลัวว่าลูกตัวน้อยในครรภ์จะได้รับผลกระทบจากการรับประทานอาหารของตนเอง อาหารบำรุงครรภ์ต่อไปนี้จะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์สมวัยแน่นอน

การวางแผนการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์นั้นต้องเลือกอาหารบำรุงครรภ์ที่ครอบคลุม ด้วยสารอาหารต่าง ๆ ได้แก่ โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ ไขมันดี คาร์โบไฮเดรต กรดอะมิโน และแร่ธาตุต่าง ๆ และนี่คือสุดยอดอาหารบำรุงครรภ์ของคุณแม่

  1. นมและผลิตภัณฑ์จากนม เนื่องจากคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ต้องการโปรตีนและแคลเซียมมากกว่าปกติถึงสองเท่า คุณแม่ต้องกินโปรตีนและแคลเซียมเสริมเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของลูกน้อยที่กำลังเติบโต ผลิตภัณฑ์นมจึงถือเป็นอาหารบำรุงครรภ์ชั้นยอด ผลิตภัณฑ์นมประกอบด้วยโปรตีนคุณภาพสูง 2 ประเภท ได้แก่ เคซีนและเวย์ นอกจากนี้ยังมีฟอสฟอรัส วิตามินบี แมกนีเซียม และสังกะสีในปริมาณสูง
  2. พืชตระกูลถั่ว ได้แก่ ถั่วลันเตา ถั่วชิกพี ถั่วเหลือง และถั่วลิสง ถือเป็นอาหารบำรุงครรภ์อีกประเภทหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะเป็นแหล่งไฟเบอร์ โปรตีน ธาตุเหล็ก โฟเลต แคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียมที่ร่างกายต้องการมากในระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะโฟเลตที่ร่างกายของคุณแม่ต้องได้รับอย่างน้อยวันละ 600 ไมโครกรัมเป็นประจำทุกวัน
  3. มันเทศ อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารประกอบจากพืชที่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย วิตามินเอจำเป็นต่อพัฒนาการของทารก นอกจากนี้ไฟเบอร์ในมันเทศยังช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยระบบย่อยอาหาร โดยเฉพาะหากเกิดอาการท้องผูกในครรภ์
  4. ปลาแซลมอน อุดมไปด้วยไขมัน โอเมก้า 3 ที่เป็นประโยชน์มาก ช่วยสร้างเซลล์สมองและสายตาของลูกน้อย นอกจากนี้ปลาแซลมอนยังเป็นหนึ่งในแหล่งวิตามินดีตามธรรมชาติเพียงไม่กี่แหล่งที่สำคัญต่อสุขภาพกระดูก และการทำงายของภูมิคุ้มกัน
  5. ไข่ เป็นอาหารที่มีสารอาหารเกือบทุกอย่าง ถือเป็นอาหารบำรุงครรภ์ชั้นยอด ไข่ฟองใหญ่มีแคลอรีประมาณ 80 แคลอรี โปรตีนคุณภาพสูง ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุมากมาย โดยเฉพาะโคลีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญในระหว่างตั้งครรภ์ มีความสำคัญในการพัฒนาสมองของทารก และช่วยป้องกันความผิดปกติของพัฒนาการของสมองและกระดูกสันหลัง ไข่ทั้งฟองมีโคลีนประมาณ 147 มิลลิกรัม คุณแม่ขณะตั้งครรภ์ควรได้รับโคลีนวันละ 450 มิลลิกรัม
  6. บร็อคโคลี และผักใบเขียว เช่น คะน้าและผักโขม มีส่วนประกอบของไฟเบอร์ วิตามินซี วิตามินเค แคลเซียม ธาตุเหล็ก โฟเลต และโพแทสเซียม ซึ่งช่วยป้องกันอาการท้องผูก
  7. น้ำ ในระหว่างการตั้งครรภ์ปริมาณเลือดจะเพิ่มขึ้นประมาณ 45% คุณแม่ต้องดื่มน้ำให้มากขึ้น เพื่อให้ความชุ่มชื่นแก่ลูกน้อย นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการท้องผูก และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซึ่งพบได้บ่อยระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องดื่มน้ำประมาณ 80 ออนซ์ หรือ 2.3 ลิตรทุกวัน หรืออาจมากกว่านั้น แล้วแต่ความต้องการของร่างกายแต่ละคน

อาหารบำรุงครรภ์ข้างต้นถือเป็นอาหารที่คุณแม่กำลังตั้งครรภ์ควรรับประทานเป็นประจำในปริมาณที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของตัวคุณแม่เอง และลูกน้อยในครรภ์

บทความโดย

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook